ในปัจจุบันการสอบใบขับขี่ใหม่ การต่ออายุใบขับขี่ชั่วคราว ไม่ว่าจะเป็นกี่ปีก็ตามแต่ ได้มีการกำหนดไว้ว่าต้องมีเอกสารต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น บัตรประชาชน หรือใบขับขี่ตัวจริง ทะเบียนบ้าน และใบรับรองแพทย์ ซึ่งในส่วนของใบรับรองแพทย์ ทําใบขับขี่นั้น เพิ่งมีการประกาศเปลี่ยนใหม่ว่า ทุกครั้งที่มาทำธุรการที่เกี่ยวข้องกับใบขับขี่จำเป็นต้องขอใบรับรองแพทย์มาด้วยทุกครั้ง

ทั้งนี้บรับรองแพทย์ ใบขับขี่ ต้องใช้ใบรับรองแพทย์ตามที่แพทยสภารับรองอย่างเดียวเท่านั้น หากไม่ใช่ใบรับรองตามที่แพทยสภารับรองก็ไม่สามารถทำใบขับขี่ได้

เมื่อเล่มทะเบียนรถหาย ต้องทำอย่างไร และค่าใช้จ่ายเท่าไหร่?

ต่อใบขับขี่มอเตอร์ไซค์

ใบรับรองแพทย์แบบ 2 ส่วน คือ

ส่วนที่ 1 กรอกข้อมูลเพื่อรับรองตัวคุณเอง มีหรือไม่มีโรคประจำตัวรึไม่ ตลอดจนเคยประสบอุบัติเหตุ หรือเคยผ่าตัดมาก่อนรึไม่ และมีส่วนที่แพทย์ต้องรับรองว่าผู้ขอไม่เป็นโรคที่ส่งผลต่อการปฏิบัติหน้าที่หรือการขับขี่ ได้แก่ สติฟั่นเฟือน, ติดยาเสพติด, โรคเท้าช้าง, วัณโรค และโรคเรื้อน

ส่วนที่ 2 ผู้ขอใบรับรองแพทย์ต้องทำการชั่งน้ำหนัก วัดส่วนสูง วัดความดัน และตรวจชีพจร นอกจากนี้ยังมีการระบุเพิ่มเติมถึง “โรคต้องห้าม” ที่ทางกรมการขนส่งทางบกและแพทยสภาได้ประกาศไว้ว่า หากเป็นโรคเหล่านี้จะไม่สามารถทำใบขับขี่ได้ ได้แก่

  • โรคลมชัก
  • โรคเบาหวานร้ายแรง (ในเคสที่ต้องฉีดอินซูลิน)
  • โรคความดันโลหิตสูง ผู้ที่เคยผ่าตัดสมองมาก่อน 
  • โรคหัวใจที่เสี่ยงจะเกิดภาวะกล้ามเนื้อหัวใจตายจากการขาดเลือด
ใบรับรองแพทย์-ใบขับขี่

ดังนั้นการขอใบรับรองแพทย์ ทําใบขับขี่ หากคุณไม่ได้เป็นโรคร้ายแรงตามที่กรมการขนส่งทางบกและแพทยสภาได้ประกาศ ก็สามารถขอใบรับรองได้เลย

ทั้งนี้ราคาของการขอใบรับรองแพทย์ ใบขับขี่นั้น ไม่มีราคาตายตัวสักเท่าไหร่ ขึ้นอยู่กับคลินิกแต่ละที ตลอดจนโรงพยาบาลแต่ละทีนั้นเอง แต่บอกได้ว่าราคาของการขอใบรับรองแพทย์ ใบขับขี่มีราคาเริ่มต้นอยู่ที่ 50 บาท ขึ้นไปก็ว่าได้

ใบรับรองแพทย์-ใบขับขี่-1

ข้อควรระวังเพิ่มเติมหลังจากได้รับใบรับรองแพทย์ ใบขับขี่มาแล้วก็คือ เมื่อนำไปใช้ทำใบขับขี่ ต้องมีอายุไม่เกิน 1 เดือน นับตั้งแต่วันที่ออกจนถึงวันที่ขอทำใบขับขี่ หากไม่ใช่รูปแบบตามที่ขนส่งกำหนด หรือมีอายุเกินจากที่ระบุไว้ ถือว่าใช้ไม่ได้

ตามปกติของการขอใบรับรองแพทย์ ทําใบขับขี่ สถานพยาบาลบางแห่งอาจจะให้ตรวจตาบอดสีเพิ่มเติมอีกด้วย เนื่องจากหากสายตาของคุณมีความผิดปกติกับสีสันแล้ว การขับรถยนต์ไปเจอไฟจราจร ได้แก่ สีแดง, สีเหลือง และสีเขียว ก็อาจสร้างความสับสนได้เนื่องจากมองไม่เห็นสีที่ถูกต้องนั้นเอง อย่างไรก็ตามทางกรมขนส่งก็จะมีการทดสอบซ้ำอีกครั้งหนึ่งอยู่ในเรื่องตาบอดสี

ใบรับรองแพทย์-ใบขับขี่-2

เมื่อเตรียมทุกอย่างครบถ้วนแล้ว ไม่ว่าจะเป็นบัตรประชาชน สำเนาบัตรประชาชน หรือใบขับขี่ตัวจริง ทะเบียนบ้าน และใบรับรองแพทย์ สามารถเดินทางไปสำนักงานขนส่งแถวบ้านคุณได้เลย โดยในปัจจุบันอาจต้องลงทะเบียนจองคิวในรูปแบบออนไลน์เสียก่อน มีให้เลือกทั้งเว็บไซต์ gecc.dlt.go.th และแอปพลิเคชันชื่อว่า DLT smart queue

เมื่อสามารถจองคิวการทำใบขับขี่ผ่านรูปแบบออนไลน์ได้แล้ว สิ่งที่เหลือก็เตรียมตัวให้พร้อม หากเป็นการทำใบขับขี่ครั้งแรก จะต้องพบเจอการอบรมที่มีระยะเวลาตามประเภทใบขับขี่นั้น ๆ และยังต้องเตรียมตัวทำข้อสอบใบขับขี่ด้วย โดยในส่วนข้อสอบแบบทฤษฎีเรียกได้ว่าเป็นจุดยากสุดในการทำข้อสอบก็ว่าได้ ซึ่งมีการระบุไว้ว่า ต้องทำข้อสอบทั้งหมด 50 ข้อ และสามารถผิดได้เพียง 5 ข้อเท่านั้น เรียกว่าคะแนนต่ำสุดที่จะสอบผ่านก็คือ 45 คะแนน เลยทีเดียว

ใบรับรองแพทย์-ใบขับขี่-3

หลังจากสอบทางทฤษฎีเสร็จเรียบร้อย สิ่งสุดท้ายที่ต้องได้รับการทดสอบก็คือ สอบภาคสอบภาคปฏิบัติ ซึ่งมีรูปแบบเป็นฐานต่าง ๆ ที่กำหนดไว้ชัดเจนอยู่แล้ว ความยากง่ายในการทดสอบขึ้นอยู่กับประสบการณ์ของผู้ขับขี่เพียงเท่านั้น

ใบรับรองแพทย์-ใบขับขี่-4

สำหรับคนที่ต้องการต่อใบขับขี่เพียงเท่านั้น หากใบขับขี่ยังมีอายุไม่ขาดเกินตามที่สำนักงานขนส่งกำหนดไว้ จะไม่มีขั้นตอนการสอบต่าง ๆ แต่อย่างใด มีเพียงแค่ทดสอบอ่านสี ทดสอบเหยียบเบรก ทดสอบการกะระยะ เพียงเท่านั้น ในส่วนที่เหลือจะเป็นเพียงการนั่งฟังอบรมระยะเวลา 1 ชั่วโมง และไปถ่ายรูปรับบัตรใหม่ เพียงเท่านี้ก็ถือว่าเป็นการเสร็จสิ้น

ติดตามข่าวล่าสุดได้ที่: https://khaotoyota.com/

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here