รถเทอร์โบ
รถเทอร์โบ

เชื่อว่าน่าจะเป็นอะไรที่คุ้นชื่อคุ้นหูใครหลาย ๆ คนอย่างแน่นอน สำหรับระบบอัดอากาศเทอร์โบ (TURBOCHARGER) โดยมีหน้าที่ดูดอากาศและอัดเข้าไปในห้องเผาไหม้ด้วยแรงดันสูง ในปัจจุบันนิยมนำระบบอัดอากาศเทอร์โบมาใช้กับเครื่องยนต์ขนาดเล็ก เพื่อช่วยให้เครื่องยนต์มีพละกำลังนั้นเอง

ทั้งนี้ระบบอัดอากาศเทอร์โบ ถูกคิดค้นขึ้นมาในปี ค.ศ. 1902 โดยวิศวกรชาวสวิตเซอร์แลนด์ ก่อนที่จะถูกพัฒนาต่อยอดจนนำมาใช้งานกับเครื่องยนต์น้ำมันได้จริง ๆ ในปี 1915 ซึ่งเป็นเครื่องยนต์ดีเซล อย่างไรก็ตามในยุคเริ่มต้มของระบบอัดอากาศเทอร์โบนั้น แทบไม่ได้รับความนิยมสักเท่าไหร่ แต่ความนิยมของระบบอัดอากาศเทอร์โบถูกเริ่มจากมีการนำไปใช้กับเครื่องยนต์เดินเรือ

ในปัจจุบันระบบอัดอากาศเทอร์โบสามารถแบ่งออกได้เป็น 3 รูปแบบใหญ่ ๆ ได้แก่

  1. Turbo Twin Scroll (การทำงานของเทอร์โบ)

Turbo Twin Scroll
Turbo Twin Scroll

ไม่มีอะไรที่ซับซ้อนก็ว่าได้ สำหรับ Turbo Twin Scroll ที่จะประกอบด้วยโข่งไอเสียแบบ 2 ช่อง ซึ่งจะช่วยให้อัดอากาศได้รวดเร็วกว่าระบบอัดอากาศเทอร์โบแบบอื่น ๆ โดย Turbo Twin Scroll เหมาะใช้งานกับรถยนต์ที่ใช้รอบเครื่องต่ำ 

  1. Ball Baring Turbo (เทอร์โบชาร์จเจอร์)

Ball Bearing Turbo
Ball Bearing Turbo

ระบบอัดอากาศเทอร์โบ Ball Baring Turbo (บอลแบริ่ง) เรียกได้ว่าได้รับความนิยมในปัจจุบันพอสมควร เนื่องจากมีการออกแบบที่ตอบโจทย์การใช้งาน ซึ่ง Ball Baring Turbo ถูกพัฒนาออกแบบมาในช่วงยุค 90s ตอบโจทย์กับเครื่องยนต์ในปัจจุบันก็ว่าได้

ทั้งนี้ Ball Baring Turbo มีคุณสมบัติในเรื่องใบพัดอัดอากาศมีความลื่นสูง เนื่องจากใช้ระบบลูกปืน แตกต่างจากระบบอัดอากาศเทอร์โบอื่น ๆ ที่ใช้แกนเทอร์โบนั้นเอง นอกจากนี้ลูกปืนยังไม่มีความซับซ้อนแต่อย่างใด โอกาสที่ใบพัดอัดอากาศจะเสียหายก็น้อยกว่า 

  1. Variable Geometry Turbo (VGT) การ ทำงาน ของ เทอร์โบ

Variable Geometry Turbo
Variable Geometry Turbo

น่าจะไม่คุ้นหูอย่างแน่นอน ถ้าเป็นชื่อ Variable Geometry Turbo (VGT) หรือภาษาไทยก็คือ เทอร์โบแปรผัน ซึ่งได้รับความนิยมกับเครื่องยนต์ดีเซลเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะเมืองไทยสังเกตได้จากรถกระบะที่ใช้เทอร์โบแปรผันกันเกือบหมดนั้นเอง

ตัวของเทอร์โบแปรผันได้รับการออกแบบให้ทั้งใบพัดไอดีและไอเสีย เชื่อมติดอยู่กับแกนเดียวกัน เรียกได้ว่าการหมุนของใบพัดจะเท่ากันตลอดเวลา โดยข้อดีของเทอร์โบแปรผันก็คือ

– เครื่องยนต์ไม่รอรอบ ทำให้เครื่องมีกำลังตั้งแต่รอบเครื่องต่ำ

– เมื่อกำลังมาตั้งแต่รอบเครื่องต่ำ ก็เท่ากับว่าจะประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิงนั้นเอง

– ไม่มีการปล่อยไอดีออกมา

อย่างไรก็ตามระบบอัดอากาศเทอร์โบแต่ละประเภท จะมีข้อดีข้อเสียที่แตกต่างกันออกไป ขึ้นอยู่กับความเหมาะสมในการใช้งานเสียมากกว่า

วิธีดูผ้าเบรค จะรู้ได้ไงว่าผ้าเบรคหมด ?

กฎหมาย แต่งรถ แต่งรถแบบไหนผิดกฎหมาย

หลักการทํางานของเทอร์โบ

สำหรับการทำงานของระบบอัดอากาศเทอร์โบนั้น พูดแบบง่าย ๆ ก็คือ ตัวเทอร์โบจะทำการอัดอากาศที่มีแรงดันสูงเข้าไปเผาไหม้ในเครื่องยนต์เพิ่มเติมนั้นเอง ซึ่งจะทำให้เครื่องยนต์มีกำลังมากกว่าปกตินั้นเอง

ทั้งนี้ชิ้นส่วนของเทอร์โบจะประกอบไปด้วย

  1. ใบพัดเทอร์โบ
  2. โข่งไอดี
  3. โข่งไอเสีย
  4. เวสเกต

เมื่อเทอร์โบเริ่มทำงาน ใบพัดเทอร์โบจะเริ่มทำการอัดอากาศ (ไอดี) เข้าสู่ห้องจุดระเบิด ซึ่งห้องจุดระเบิดมีอากาศหรือออกซิเจนที่ช่วยเผาไหม้มากกว่าเดิมแล้ว กล่องสมองที่ควบคุมจะทำการวิเคราะห์สั่งการให้มีการจ่ายน้ำมันเชื้อเพลิงมากกว่าเดิมนั้นเอง ส่งผลให้เครื่องยนต์มีกำลังมากขึ้นกว่าเดิมนั้นเอง

การที่เครื่องยนต์มีระบบอัดอากาศเทอร์โบนั้น ต้องเข้าใจเสียใหม่ว่าเครื่องยนต์จะกินน้ำมันเชื้อเพลิงมากกว่าเครื่องยนต์ที่ไม่มี ยกตัวอย่างง่าย ๆ Honda City รุ่นใหม่ล่าสุดที่เลือกใช้เครื่องยนต์เบนซินขนาด 1,000 ซี.ซี. พร้อมด้วยระบบอัดอากาศเทอร์โบ

honda city
ประสิทธิภาพของเครื่องยนต์ Honda City จากการมีระบบอัดอากาศเทอร์โบ ส่งผลให้มีพละกำลังเทียบเท่ากับเครื่องยนต์แบบธรรมดาขนาด 1,500 ซี.ซี

ประสิทธิภาพของเครื่องยนต์ Honda City จากการมีระบบอัดอากาศเทอร์โบ ส่งผลให้มีพละกำลังเทียบเท่ากับเครื่องยนต์แบบธรรมดาขนาด 1,500 ซี.ซี. เลยทีเดียว กลับกันในเรื่องของความประหยัดเชื้อเพลิงของเครื่องยนต์ Honda City หากไปเทียบกับเครื่องยนต์ในขนาดเท่ากันที่ไม่มีระบบอัดอากาศเทอร์โบ จะเห็นถึงความแตกต่างอย่างชัดเจนในเรื่องอัตรากินน้ำมันเชื้อเพลิง

สุดท้ายนี้ระบบอัดอากาศเทอร์โบมีทั้งข้อดีและข้อเสีย ขึ้นอยู่กับตัวคุณเองเสียมากกว่าจะเลือกใช้เครื่องยนต์แบบไหน นอกจากนี้เครื่องยนต์ที่มีระบบอัดอากาศเทอร์โบก็ต้องมีค่าบำรุงรักษาที่เพิ่มจากแบบปกติอีกด้วย

ติดตามข่าวล่าสุดได้ที่:https://khaotoyota.com/

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here