ประกันรถเก่า
ประกันรถเก่า

ประกันรถเก่า ควรทำไว้หรือไม่ แล้วควรเลือกแผนความคุ้มครองอย่างไรให้เหมาะสมกับรถของคุณ ที่นี่มีคำแนะนำ

ถึงแม้ว่ารถมือสองจะเป็นรถเก่าที่ผ่านการใช้งานมานานแล้ว บางคันอาจจะมีสภาพไม่ดี มีรอยขีดข่วน หรือพบปัญหาจนต้องซ่อมบำรุงบ้าง แต่ตราบใดที่ยังต้องใช้งานขับขี่ไปไหนมาไหน ก็ควรทำประกันภัยรถยนต์เอาไว้ เพื่อให้ได้รับความคุ้มครองหากเกิดอุบัติเหตุไม่คาดฝันขึ้นมา เพราะการเฉี่ยวชน สามารถเกิดขึ้นได้ตลอดเวลานั่นเอง

แล้วจะทำประกันภัยรถเก่า ประกัน รถ มือ สอง อย่างไรให้เหมาะสมกับรถของคุณ เรามีคำแนะนำมาฝาก

อ่านเพิ่มเติม

ข้อดีของการทำประกันภัยรถยนต์

ประกัน รถ มือ สอง
ทำประกัน รถ มือ สองไว้ ช่วยแบ่งเบาค่าใช้จ่ายเมื่อเกิดอุบัติเหตุ

การทำประกันภัยรถยนต์ นอกจากจะช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายของคุณกรณีเกิดอุบัติเหตุแล้ว ยังออกค่ารักษาพยาบาลให้ ไม่ต้องสำรองจ่ายเอง นอกจากนี้ หากรถของคุณถูกส่งซ่อม ทางบริษัทก็จะส่งรถมาให้ใช้ชั่วคราว หรือมอบเงินชดเชยให้เป็นค่าขาดประโยชน์ระหว่างซ่อมอีกด้วย 

อย่างไรก็ตาม จะได้รับความคุ้มครองแบบไหนก็ขึ้นอยู่กับแผนประกันภัยที่คุณเลือกด้วยเช่นกัน

ทำประกันรถเก่า ต้องคำนึงถึงอะไรบ้าง ?

ในการทำประกันภัยรถยนต์ บริษัทประกันจะคำนึงถึงสภาพรถยนต์ รุ่นรถ ประวัติการเคลม รวมถึงอายุการใช้งานของรถยนต์คันนั้น ๆ เพื่อที่จะเลือกประกันรถยนต์มือสอง หรือประกันรถเก่า ได้อย่างเหมาะสมกับรถของคุณ 

โดยปกติ บริษัทประกันจะรับทำประกันภัยชั้น 1 กับรถที่มีอายุไม่เกิน 7 ปี (อนุโลมได้มากสุด 10 ปี) ส่วนรถที่มีอายุไม่เกิน 15 ปี สามารถเลือกทำประกันภัยชั้น 2+, 3+ หรือประกันชั้น 2 ได้ แต่สำหรับรถที่มีอายุ ไม่เกิน 30 ปี บริษัทจะรับทำเพียงประกันภัยชั้น 3 เท่านั้น

  • รถยนต์ที่มีอายุไม่เกิน 10 ปี : ประกันภัยชั้น 1
  • รถยนต์ที่มีอายุไม่เกิน 15 ปี : ประกันภัยชั้น 2+, 3+ หรือ 2
  • รถยนต์ที่มีอายุไม่เกิน 30 ปี : ประกันภัยชั้น 3

ส่วนใหญ่แล้ว บริษัทประกันจะรองรับรถที่มีอายุมากที่สุด 30 ปีเลยทีเดียว สำหรับการนับอายุรถยนต์นั้น จะเริ่มนับตั้งแต่ปีแรกที่รถออกจากศูนย์ เช่น ออกรถยนต์ในปี 2021 ก็จะนับเป็น 1 ปี ส่วนปี 2022 ถือว่ารถยนต์คันนั้นมีอายุการใช้งาน 2 ปี แล้ว

ประกันรถเก่า
รถที่มีอายุไม่เกิน 7 ปี สามารถทำประกันภัยชั้น 1 ได้

ทำประกันควรคำนึงถึงพฤติกรรมการขับขี่

ในการเลือกทำประกันภัยรถยนต์ ประกัน รถ มือ สอง ประกันรถเก่า ควรคำนึงถึงพฤติกรรมการขับขี่ของตัวเองด้วยเช่นกัน หากใช้งานบ่อย ๆ ขับขี่ไปไหนมาไหนเป็นประจำ ควรเลือกประกันภัยชั้น 1 หรือ 2+ แม้จะจ่ายเบี้ยแพง แต่คุ้มค่ากับความคุ้มครองที่ได้รับ แต่ถ้าไม่ค่อยได้ใช้งานรถ มีความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุน้อย ประกันภัยชั้นรองลงมา อย่าง 3+, ชั้น 2 หรือ 3 ก็จัดว่าเป็นตัวเลือกที่ดี 

บริษัทประกันจะมีเงื่อนไขความคุ้มครองที่แตกต่างกัน หากเคยทำไว้กับบริษัทไหน แนะนำว่าให้ปรึกษาบริษัทนั้น ๆ ก่อน ว่ารถของคุณเหมาะกับประกันภัยชั้นไหน เพื่อที่จะได้เลือกแผนความคุ้มครองอย่างเหมาะสมนั่นเอง

ติดตามข่าวล่าสุดได้ที่:https://khaotoyota.com/

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here