ขั้นตอนการทําใบขับขี่

เพื่อความถูกต้องกฎหมายแล้ว คนที่ใช้ยานยนต์ประเภทต่าง ๆ บนท้องถนนหลวง (ที่ภาครัฐเป็นคนกำหนด) จำเป็นต้องมีใบอนุญาตขับขี่ (ใบขับขี่) ซึ่งเป็นเอกสารสำคัญที่แสดงถึงว่า ผู้ขับขี่มีความรู้ ความเข้าใจ กฎจราจรต่าง ๆ บนท้องถนน พร้อมการถูกอบรมที่เป็นไปตามมาตรฐานภาครัฐ

  • ใบขับขี่รถจักรยานยนต์ สามารถเริ่มทำได้ตั้งแต่อายุ 15 ปีบริบูรณ์ โดยมีข้อกำหนดไว้ว่า จะต้องมีขนาดเครื่องอยู่ที่ 110 -150 ซี.ซี. เพียงเท่านั้น จนกว่าจะมีอายุ 18 ปีขึ้น จะสามารถขับขี่รถจักรยานยนต์ที่มีเครื่องยนต์กว่านี้ได้
  • ใบขับขี่รถยนต์ สามารถเริ่มทำได้ตั้งแต่อายุ 18 ปีบริบูรณ์

>>> ต้องขอใบรับรองแพทย์ ใบขับขี่รึไม่? ราคาเท่าไหร่

>>> อัปเดตวิธีการต่อใบขับขี่มอเตอร์ไซค์ 2564

หากคุณไม่มีใบขับขี่และยังฝืนใช้งานรถโดยไม่ได้รับอนุญาต จะมีบทลงโทษตามกฎหมายหากคุณยังคงใช้ยานยนต์นั้น ๆ ขับขี่อยู่ ซึ่งมีอัตราค่าปรับสูงสุดอยู่ที่ 2,000 บาท และหากไปเฉี่ยวชนประสบอุบัติเหตุขึ้นมา ต่อให้รถคุณมีประกันอุบัติก็ไม่สามารถเคลมค่าเสียหายที่เกิดขึ้นได้

ใบขับขี่มอเตอร์ไซค์ 2564
ใบขับขี่มอเตอร์ไซค์ 2564

ขั้นตอนการทําใบขับขี่ ไม่ว่าจะเป็นรถยนต์หรือรถจักรยานยนต์นั้น เรียกได้ว่ามีขั้นตอนที่เหมือนกัน ๆ ยกเว้นแค่ช่วงอายุในการเริ่มทำเท่านั้นที่แตกต่าง ทั้งนี้ในปัจจุบันการทำใบขับขี่สามารถจองคิวออนไลน์ได้ หรือไม่คุณก็สามารถเดินทางไปที่สำนักงานขนส่งใกล้บ้านได้เพื่อจองคิวได้เหมือนกัน

เอกสารที่ต้องใช้สำหรับต่อใบขับขี่มอเตอร์ไซค์ 2564

  1. บัตรประชาชน (ตัวจริง)
  2. ทะเบียนบ้าน
  3. สำเนาบัตรประชาชน
  4. ใบรับรองแพทย์
เอกสารที่ต้องใช้สำหรับต่อใบขับขี่มอเตอร์ไซค์ 2564

*(ปัจจุบันมีการกำหนดให้ใช้บัตรรับรองแพทย์ในการต่อใบอนุญาตขับขี่ทุกประเภท โดยใบรับรองแพทย์จะต้องมีอายุไม่เกิน 1 เดือนเท่านั้น ซึ่งนับตั้งแต่วันที่ไปขอใบรับรองแพทย์)

ส่วนราคาของการขอใบรับรองแพทย์ ใบขับขี่นั้น ไม่มีราคาตายตัว ส่วนใหญ่จะขึ้นอยู่กับคลินิกแต่ละที ตลอดจนโรงพยาบาลแต่ละทีนั้นเอง แต่บอกได้ว่าราคาของการขอใบรับรองแพทย์ ใบขับขี่มีราคาเฉลี่ยเริ่มต้นอยู่ที่ 100 บาท ขึ้นไปก็ว่าได้

หลังจากที่คุณสามารถจองวันเวลา และคิวในการทำใบขับขี่ได้แล้ว จะมีขั้นตอนการทําใบขับขี่ที่เป็นลำดับขั้นตอนดังต่อไปนี้

ทดสอบสมรรถร่างกาย

เรียกได้ว่าเป็นการทดสอบแบบง่าย ๆ สำหรับผู้ที่ต้องการจะทำใบขับขี่ การทดสอบจะมีอยู่ 3 ขั้นตอน ได้แก่

  • การอ่านค่าสี (ตาบอดสี)
  • การเหยียบเบรก
  • การกะระยะ

ไม่มีกฎเกณฑ์ที่ตายตัวสักเท่าไหร่ในเรื่องการทดสอบ ขึ้นอยู่กับเจ้าหน้าที่ที่ควบคุมการสอบก็ว่าได้ สมมุติคุณเหยียบเบรกไม่ผ่าน 2 ครั้ง ผู้คุมสอบอาจให้โอกาสคุณเพิ่มในการทดสอบใหม่ หรือบอกว่าคุณมีปัญหาในเรื่องนี้ก็ได้

อบรม (ขั้นตอนการทําใบขับขี่)

เรียกได้ว่าจำเป็นต้องไปนั่งฟังอบรมการขับขี่ ข้อมูลต่าง ๆ เป็นระยะเวลา 1 ชั่วโมง สำหรับรถยนต์และรถมอเตอร์ไซค์เท่านั้น หากเป็นรถประเภทอื่น ๆ ชั่วโมงของการอบรมก็จะมากขึ้น

สอบทฤษฎี (ขั้นตอนการทําใบขับขี่)

เรียกว่าเป็นจุดที่ยากที่สุดในการทำขับขี่ก็ว่าได้ ไม่ว่าคุณจะทำใบขับขี่รถยนต์ หรือรถจักรยานยนต์ก็ตามแต่ ข้อสอบใช้อันเดียวกัน ซึ่งปัจจุบันมีการกำหนดไว้ว่า ข้อสอบ 50 ข้อ สามารถผิดได้เพียง 5 ข้อเท่านั้น หากคุณทำผิดมากกว่านั้นถือว่าสอบไม่ผ่าน และต้องมายื่นเรื่องทำใบขับขี่ใหม่ก็ว่าได้

ส่วนเรื่องที่เอามาออกข้อสอบนั้น เรียกได้ว่าเป็นกฎจราจรทั่ว ๆ ไป ที่เราสามารถพบเห็นได้ทุก ๆ วัน บอกได้เลยว่าการสอบทฤษฎีหากเตรียมตัวมาดี โอกาสผ่านมีพอสมควร แต่ถ้าไม่ได้เตรียมตัวอ่านมาบ้าง ก็ต้องลุ้น ๆ หน่อยเวลาคะแนนออก

สอบภาคปฏิบัติ (ขั้นตอนการทําใบขับขี่)

หากใครขับเก่งขับคล่องแล้ว เรียกได้ว่าสบาย ๆ แต่ใครเพิ่งฝึกหัดขับมาแล้วละก็ ยากพอสมควรสำหรับรถยนต์ โดยการสอบภาคปฏิบัติของรถยนต์ และรถจักรยานยนต์จะแตกต่างกันออกไป ซึ่งจะมีการทดสอบเป็นฐาน ๆ

สอบภาคปฏิบัติ

คุณสามารถสังเกตวิธีการขับได้จาก คนทดสอบอื่น ๆ ก่อนหน้า ไม่ต้องรีบร้อนขับเป็นคนแรก ถ้าคุณไม่มั่นใจ รอดูให้แน่ใจว่าแต่ละจุดสอบ ต้องทำอะไรอย่างไงบ้าง

หลังจากสอบภาคปฏิบัติเสร็จ ก็ถือว่าหมดซึ่งบททดสอบต่าง ๆ แล้วก็ว่าได้ ที่เหลือเพียงแค่ไปชำระค่าธรรมเนียมการทำใบขับขี่เพียงเท่านั้น

ชนิดใบอนุญาตขับขี่ อัตราค่าธรรมเนียม (บาท)

1. คำขอ 5 บาท

2. ใบอนุญาตขับรถยนต์ส่วนบุคคลชั่วคราว 2 ปี 200 บาท

3. ใบอนุญาตขับรถจักรยานยนต์ส่วนบุคคลชั่วคราว 2 ปี 100 บาท

และขั้นตอนสุดท้ายหลังจากชำระค่าธรรมเนียมการทำใบขับขี่แล้ว ก็ถือการถ่ายรูปติดบัตร และรอรับใบขับขี่ เพียงเท่านี้ก็ถือเป็นอันเสร็จสิ้นการทำใบขับขี่

ติดตามข่าวล่าสุดได้ที่: Khaotoyota.com

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here