ไม่มีใบขับขี่ เสียค่าปรับเท่าไหร่

คนมีรถต้องรู้เอาไว้ หาก ไม่มีใบขับขี่ เสียค่าปรับเท่าไหร่ และหากเกิดกรณีใด ๆ บนท้องถนน ประกันจะรับเคลมหรือเปล่า ? มีโทษอะไรบ้าง

ทุกคนต่างทราบกันดีถึงความสำคัญของใบขับขี่ เพราะเป็นเอกสารสำคัญที่จะใช้ยืนยันว่าผู้ขับขี่ได้รับอนุญาตให้ขับรถบนถนนได้อย่างถูกต้องตามกฎหมายแล้วจริง ๆ และหากผู้ใดฝ่าฝืน ต้องได้รับโทษทางกฎหมาย หากขับรถโดยไม่มีใบขับขี่ เสียค่าปรับแล้วอาจจะต้องเสียสิทธิ์การคุ้มครองใด ๆ ที่พึงได้อีกด้วยทางเราจะพาไปหาคำตอบ ว่าไม่มีใบขับขี่ เสียค่าปรับเท่าไหร่ และหากเกิดอุบัติเหตุใด ๆ ขึ้นมา ประกันจะรับเคลมหรือเปล่า ?

>> สีรถตามวันเกิด 2563 ผู้หญิงออกรถสีไหนดี

>> วิธีคํานวณค่างวดรถ Toyota และค่าย ๆ อื่น

บทกำหนดโทษทางกฎหมาย

ในทางกฎหมายได้ระบุบทกำหนดโทษสำหรับผู้ขับขี่รถโดยไม่มีใบอนุญาตขับรถเอาไว้ 2 ฉบับ คือ พระราชบัญญัติรถยนต์ พ.ศ. 2522 สำหรับบังคับใช้กับรถยนต์หรือรถจักรยานยนต์ทั่วไป และพระราชบัญญัติขนส่งทางบก พ.ศ. 2522 สำหรับบังคับใช้กับรถบรรทุก หรือรถขนาดใหญ่เพื่อการพาณิชย์ โดยมีบทบัญญัติที่ระบุเอาไว้ดังนี้

ไม่มีใบขับขี่ เสียค่าปรับเท่าไหร่

ไม่มีใบขับขี่ เสียค่าปรับเท่าไหร่ ?

ตามพระราชบัญญัติรถยนต์ พ.ศ. 2522 กำหนดโทษไว้ตามมาตรา 64 เอาไว้ว่า

 “ผู้ใดขับรถโดยไม่ได้รับใบอนุญาตขับรถ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 1 เดือน หรือปรับไม่เกิน 1,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ”

ในกรณีรถยนต์สาธารณะ ผู้ประกอบการยินยอมให้ผู้ไม่มีใบอนุญาตขับรถยนต์สาธารณะจะมีความผิดตามมาตรา 56 ประกอบมาตรา 60 ต้องระวางโทษปรับไม่เกินสองพันบาท

ตามพระราชบัญญัติการขนส่งทางบก พ.ศ. 2522 กำหนดโทษไว้ตามมาตรา 151 เอาไว้ว่า

“ผู้ใดฝ่าฝืน มาตรา 93 วรรคหนึ่ง ต้องระวางโทษปรับไม่เกิน 40,000 บาท แต่ถ้าผู้ฝ่าฝืนปฏิบัติหน้าที่ผู้ขับรถต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 40,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ”
(มาตรา 93 วรรคหนึ่ง “ห้ามมิให้ผู้ใดปฏิบัติหน้าที่เป็นผู้ประจำรถ เว้นแต่จะได้รับใบอนุญาตจากนายทะเบียน)

ไม่มีใบขับขี่ ประกันรับเคลมไหม ?

หากเกิดอุบัติเหตุขึ้นมา และผู้ใช้รถไม่มีใบอนุญาตตามกฎหมายกำหนด จะได้รับโทษทางแพ่งแถมยังอาจต้องเสียสิทธิ์การได้รับความคุ้มครองจากบริษัทประกันอีกด้วย ซึ่งจะต้องดำเนินการพิสูจน์การกระทำผิดตามข้อเท็จจริงเป็นรายกรณีตามกฎหมายกำหนด โดยการพิจารณาว่าบุคคลใดขับขี่ประมาท ต้องพิจารณาจากพฤติการณ์ขับขี่ของบุคคลนั้นเป็นสำคัญ ไม่ใช่เพียงแต่พิจารณาว่าบุคคลมีหรือไม่มีใบขับขี่

เมื่อเกิดอุบัติเหตุ จะต้องพิจารณาว่าใครเป็นผู้ผิด

เมื่อเกิดอุบัติเหตุ จะต้องพิจารณาว่าใครเป็นผู้ผิด

เป็นฝ่ายถูก : หากเราเป็นฝ่ายถูกและได้ทำประกันรถยนต์ประเภท 1,2+,3+ เอาไว้ ทางบริษัทประกันจะจัดการค่าใช้จ่ายสำหรับการซ่อมแซมรถของเรา และจัดการเรียกร้องค่าเสียหายจากคู่กรณที่เป็นฝ่ายผิดแทน ในทางกลับกัน หากไม่ได้ทำประกันตามประเภทดังกล่าวเอาไว้ ผู้ขับขี่จะต้องไปเรียบร้องค่าเสียหายเองจากทางฝั่งคู่กรณี และหากไม่มีใบขับขี่ก็ต้องได้รับความผิดทางกฎหมายเช่นเดียวกัน

เป็นฝ่ายผิด : หากเราเป็นฝ่ายผิด จะต้องดำเนินการตรวจสอบก่อนว่าทำไมถึงไม่มีใบขับขี่ เพื่อรับไว้พิจารณาการชดใช้ตามเงื่อนไขของบริษัท

  • ไม่มีใบขับขี่เพราะไม่เคยสอบ : บริษัทประกันจะไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายในทุก ๆ กรณี แต่จะรับผิดชอบชดเชยความเสียหายของบุคคลภายนอก ตามที่ระบุเอาไว้ตามกรมธรรม์นั้น ๆ กล่าวง่าย ๆ คือ บริษัท ประกัน จะต้องซ่อมให้คู่กรณีแต่ไม่ซ่อมให้ฝ่ายเรา
  • มีใบขับขี่แต่ไม่ได้พกพามาด้วย : ต้องมีการคัดสำเนาเพื่อยืนยัน ทางบริษัทประกันจะคุ้มครองทั้งรถและคู่กรณี
  • ใบขับขี่ถูกยึด : ต้องมีการคัดสำเนาเพื่อยืนยัน ทางบริษัทประกันจะคุ้มครองทั้งรถและคู่กรณี

นอกจากนี้ในกรมธรรม์ทุกฉบับจะมีข้อยกเว้นความรับผิดชอบเอาไว้ เช่น คนขับปริมาณแอลกอฮอล์ในเลือดเกิน 150% , รถถูกชนขณะลากจูง, ใช้รถผิดประเภท หรือผู้ขับขี่ไม่เคยได้รับใบอนุญาต ดังนั้นต้องตรวจสอบเงื่อนไขในกรมธรรม์ให้ดีก่อนทำเรื่องเคลม หรือให้ทางบริษัทประกันเองตรวจสอบอีกครั้ง

ในปัจจุบันใบขับขี่ดิจิทัลสามารถใช้แสดงแทนตัวจริงได้

ในปัจจุบันใบขับขี่ดิจิทัลสามารถใช้แสดงแทนตัวจริงได้

ในทุก ๆ การเดินทางนอกจากจะขับขี่ไม่ประมาทแล้ว ก็ควรที่จะต้องมีใบขับขี่ติดตัวเอาไว้เสมอ ซึ่งในปัจจุบันนี้สามารถใช้ใบขับขี่ดิจิทัลแทนใบขับขี่ตัวจริงได้แล้วอีกด้วย เพราะหากฝ่าฝืน ขับรถไม่มีใบขับขี่ เสียค่าปรับแล้วยังเสี่ยงไม่ได้รับการคุ้มครองอีกด้วย ถ้าไม่อยากถูกเรียกจับปรับ พกใบขับขี่เอาไว้เป็นดีที่สุด

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here