รถยนต์ กี่ปีตรวจสภาพ เช็กอายุรถก่อนเสียภาษีประจำปี
รถยนต์ กี่ปีตรวจสภาพ เช็กอายุรถก่อนเสียภาษีประจำปี

การต่อภาษีรถยนต์ประจำปี สิ่งที่สำคัญสำหรับผู้ใช้รถนั้นก็คือการตรวจสภาพรถยนต์ มาดูกันว่า รถยนต์ กี่ปีตรวจสภาพ และทำไมถึงต้องทำ รถแบบไหนบ้างที่ต้องตรวจ

เพราะรถยนต์มีการใช้งานในทุก ๆ วัน จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่จะต้องเจอกับอาการเสื่อมสภาพ ยิ่งรถที่ผ่านการใช้งานมาหลายปี ยิ่งต้องทำการเช็กสภาพและให้การดูแลเป็นพิเศษ เพื่อความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน เรามาดูกันว่า รถยนต์ กี่ปีตรวจสภาพ มีการนับอายุรถอย่างไร และมีข้อมูลอะไรที่ควรรู้เกี่ยวกับการตรวจสภาพบ้าง เราจะพาไปหาคำตอบ

>>> 3 จุดต้องเช็ก เมื่อรถยนต์ สตาร์ทติดยาก อาจเกิดจากสาเหตุเหล่านี้

ทำไมต้องตรวจสภาพรถ

เพื่อให้มั่นใจว่ารถยนต์ที่นำมาใช้วิ่งบนท้องถนน เป็นรถที่มีสภาพพร้อมใช้งาน ทางกรมการขนส่งทางบก จึงมีหน้าที่รับผิดชอบการตรวจสภาพรถ ทั้งรถที่จดทะเบียนตามพ.ร.บ.การขนส่งทางบก พ.ศ.2522 และ พ.ร.บ.รถยนต์ พ.ศ.2522

การเช็กสภาพรถเพื่อให้มั่นใจว่าอยู่ในสภาพพร้อมใช้
การเช็กสภาพรถเพื่อให้มั่นใจว่าอยู่ในสภาพพร้อมใช้

โดยจะมีการกำหนดให้รถที่จดทะเบียนต้องมีสภาพที่มั่นคง แข็งแรง มีลักษณะ ขนาด และเครื่องอุปกรณ์ส่วนควบของรถที่ถูกต้องตามที่กำหนดเอาไว้ในกฎกระทรวง หากตรวจสภาพแล้วผ่าน จะได้รับอนุญาตให้ทำการต่อภาษีประจำปี

รถยนต์ กี่ปีตรวจสภาพ

สำหรับการเข้ารับการตรวจสภาพรถ มีข้อกำหนดเอาไว้ว่าต้องเป็นรถยนต์ที่มีอายุการใช้งานครบ 7 ปีขึ้นไป รวมถึงรถยนต์บรรทุกด้วย และถ้าเป็นรถยนต์ที่ติดตั้งก๊าซ NGV หรือ LPG จะต้องนำรถเข้ามาตรวจสภาพถังก๊าซและอุปกรณก่อนการต่อภาษีทุกปี โดยการตรวจสภาพสามารถทำได้ล่วงหน้าไม่เกิน 3 เดือน ก่อนถึงวันสิ้นอายุภาษีประจำปี

รถทุกคันจะได้เข้ารับการตรวจสภาพครั้งแรกเมื่อเข้าสู่ปีที่ 7
รถทุกคันจะได้เข้ารับการตรวจสภาพครั้งแรกเมื่อเข้าสู่ปีที่ 7

โดยการนับอายุการใช้งานของรถ ให้นับอายุทางทะเบียน นับตั้งแต่วันที่จดทะเบียนครั้งแรก ถึงวันครบกำหนดเสียภาษีประจำปี ซึ่งถ้าอายุครบ 7 ปี จะต้องเข้าตรวจสภาพรถ เช่น รถที่จะได้ตรวจสภาพครั้งแรกในปี 2563 นี้ ก็จะเป็นรถที่จดทะเบียนตั้งแต่ปี 2556 ลงไปนั่นเอง และในปีต่อ ๆ ไป อย่างปีที่ 8 ปีที่ 9 ก็จะต้องเข้ารับการตรวจทุกปีไปอย่างต่อเนื่องเช่นเดียวกัน

เอกสาร-สถานที่ตรวจสภาพรถ

รถที่ถึงกำหนดการตรวจสภาพ สามารถเข้าใช้บริการได้ที่หน่วยงานกรมการขนส่งทางบก หรือที่สถานตรวจสภาพรถเอกชนหรือ ตรอ. ที่ได้รับอนุญาตจากรมการขนส่งทางบก โดยต้องเตรียมเอกสารเพียงอย่างเดียวนั่นก็คือ เล่มทะเบียนรถหรือสำเนาทะเบียนกรณีที่รถติดไฟแนนซ์อยู่ ถ้าสำเนาหายให้ขอใหม่จากทางไฟแนนซ์ แต่ถ้าตัวจริงหาย ให้ไปแจ้งขอใหม่ที่ทางกรมขนส่ง

สถานตรวจสภาพรถเอกชน
สถานตรวจสภาพรถเอกชน

ซึ่งทางตรอ.จะมีข้อยกเว้น ไม่รับตรวจสภาพรถบางประเภท ประกอบด้วย

  • รถที่ดัดแปลงสภาพผิดไปจากที่ได้จดทะเบียนไว้
  • รถที่เปลี่ยนสีหรือเปลี่ยนแปลงตัวรถหรือส่วนใดส่วนหนึ่งของรถให้ผิดไป จากรายการที่จดทะเบียนไว้ในสมุดคู่มือทะเบียนรถ (เช่น เปลี่ยนเครื่องยนต์ เปลี่ยนลักษณะรถ เปลี่ยน ชนิดน้ำมันเชื้อเพลิง เป็นต้น)
  • รถที่มีปัญหาเกี่ยวกับเลขตัวรถหรือเลขเครื่องยนต์ (เช่น ไม่ปรากฏตัวเลข ตัวเลขชำรุด หรือมีร่องรอยการแก้ไข ขูด ลบ หรือลบเลือน จนไม่สามารถตรวจสอบความถูกต้องได้ เป็นต้น)
  • รถที่เจ้าของได้แจ้งการไม่ใช้ชั่วคราว หรือแจ้งการไม่ใช้รถตลอดไปไว้
  • รถเก่าที่มีเลขทะเบียนเป็นเลขทะเบียนรุ่นเก่า ( เช่น กท-00001, กทจ-0001 เป็นต้น) ซึ่งรถดังกล่าวต้องเปลี่ยนทะเบียนรถใหม่เมื่อมีการนำมาเสียภาษีประจำปี
  • รถที่มีปัญหาเกี่ยวกับการถูกโจรกรรมแล้วได้คืน
  • รถที่ได้สิ้นอายุภาษีประจำปี (ขาดต่อทะเบียน) เกิน 1 ปี

ประเภทรถดังกล่าวต้องเข้ารับการตรวจสภาพที่หน่วยงานของกรมการขนส่งทางบกเท่านั้น เพราะมีเอกสารและรายการเฉพาะอื่น ๆ ที่ต้องตรวจสอบในระบบอีกครั้ง

ขั้นตอนการตรวจสภาพรถ

สำหรับขั้นตอนการตรวจสภาพรถ มีขั้นตอนในการตรวจสอบหลายรายการ ดังนี้

  • ตรวจสอบความถูกต้องของรถยนต์ หมายเลขตัวรถ หมายเลขเครื่องยนต์ สี เชื้อเพลิง ประเภทรถ
  • ตรวจสอบความมั่นคงแข็งแรงของรถ
  • ตรวจระบบไฟ
  • ตรวจวัดมลพิษ
  • ตรวจวัดศูนย์ล้อ ระบบเบรก ช่วงล่าง ไฟหน้า

อัตราค่าตรวจสภาพรถยนต์

  • รถยนต์ที่มีน้ำหนักรถเปล่าไม่เกิน 1,600 กิโลกรัม คันละ 150 บาท
  • รถยนต์ที่มีน้ำหนักรถเปล่าเกิน 1,600 กิโลกรัม คันละ 250 บาท
  • ค่าใช้จ่ายที่เก็บเพิ่มกรณีอื่น ๆ เช่น พบการชำรุดเสียหายของชุดเลขรถยนต์ทำให้ไม่สามารถตรวจสอบได้ อาจต้องจ่ายค่าปรับหรือค่าดัดแปลง

รถไม่ผ่านตรอ. ทำยังไง

รถยนต์ กี่ปีตรวจสภาพ สำหรับรถที่ไม่ผ่านมาตรฐาน? ทางตรอ.จะแจ้งข้อบกพร่องหรือสาเหตุที่ไม่ผ่าน ทางเจ้าของรถจะต้องนำไปแก้ไขและนำมาตรวจใหม่ภายใน 15 วัน ซึ่งหากไปรับการตรวจภายในเวลาที่กำหนด จะเสียค่าตรวจสภาพเพียงครึ่งหนึ่งของค่าบริการ แต่ถ้าเกินกว่านั้น จะต้องเสียค่าตรวจสภาพรถตามอัตราปกติไม่ได้รับส่วนลด

และสำหรับรถที่อายุยังไม่ถึง 7 ปี ก็อย่าละเลยการตรวจสภาพรถ ที่สามารถดูได้ด้วยตัวเองแม้ไม่ได้ไปตรวจที่ตรอ. ด้วยการหมั่นดูแล บำรุง ทำความสะอาด ให้ความสำคัญกับทุกสภาพภายในรถให้พร้อมแก่การนำมาใช้งาน เพื่อความปลอดภัยและมั่นใจในการของคุณเอง และผู้ร่วมใช้ถนนทุกคน

>>> ระบบไฟฟ้ารถยนต์รวน เกิดจากอะไร อาการแบบไหน ซ่อมอย่างไร ไปดู

2 COMMENTS

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here